*อยู่ในระหว่างการแก้ไข อาจจะดูยุ่งๆไปบ้างนะครับ*
 
 
       จริงๆเรามาขอเลื่อนส่งเป็นวันที่ 22 แต่เอ็กทีนดันเกเร เจอทั้ง 500 502 504 ทำลายชีวิตเลยค่ะ Orz"
ไม่รู้โฟสตอนนี้ทันรึเปล่า... ขอโทษด้วยนะครับ 
 
++
 
เน้นสีนี้ - แก้ไขครั้งที่หนึ่ง ตามคำแนะนำของ ผปค.พี่แฟง ผปค.พี่เนียร์ ผปค.พี่กล้า ผปค.ครูมิว และ ผปค.พี่เฟิร์นครับ
เน้นสีนี้ - แก้ไขครั้งที่สอง ตามคำแนะนำของ ผปค.พี่เนียร์ และ พี่เฟิร์น ครับ
 
รายชื่อผู้ถูกสัมภาษณ์
  • แกล้วกล้า อนันตกาล [พี่กล้า] พนักงานถ่ายเอกสาร
  • นายวิรัล ศิลป์ดำรงวงศ์ [ครูมิว] อาจารย์วิชาดนตรี
  • นรรัตน์  พิชัยยุทธ [พี่เนียร์] ม.5 [รุ่น5] 
  • ลรัล  ดำรงชาญ [พี่แฟง] ม.5 [รุ่น5] 

ผู้สัมภาษณ์และเขียนรายงาน

  • นาวี สุวรรณรัตน์ [วี]

อื่นๆ

  • สรุปรายงาน
  • พาร์ทที่เป็นความคิดในใจของวี
  • คำที่มีการอธิบายท้ายเอนทรี่

+++++++++++++

            เออๆ นั่นแหละ แปลกดีใช่มั้ยล่ะวา ใครๆเขาก็ร่ำลือกันเรื่องโรงเรียนนี้ให้ผู้สอบเดินสัมภาษณ์คนในโรงเรียน"

            [อือ....แนวดี ....ว่าแต่วี.....นี่มึงอย่าบอกนะว่าเลือกมาสอบเพราะเรื่องนี้....]

            "จะบ้าเหรอวะวา ก็พูดไป....แต่จริง มาสอบเพราะโรงเรียนนี้แม่งแนวดี ฮ่าๆ"

              [....วี....]

              "เอ้า ทำไมล่ะวะวา วีทำอะไรผิดวะ"

              [...เปล่า....วาแค่คิดว่ากูไม่น่าติวให้มึงเลย...]

              "โถ่วาเอ้ย ไม่ทันละ จนวีแม่งเข้ามาอยู่ในโรงเรียนครึ่งตัวแล้วนะเว้ย แค่สอบสัมภาษณ์นี่ผ่านก็เข้าไปได้เต็มตัวละ"

             [เดี๋ยวเหอะ กูจะแช่งให้มึงสัมไม่ติด]

            "วาอย่าเหี้ยนนะวา วีสอบไม่ติดมึงก็ได้มาอยู่กรุงเทพฯแทนกูแค่นั้นเอง แล้ววีก็ไปอยู่เชียงรายกับม้า วาไม่คิดมั่งเหรอวะว่ากูจะขัดใจม้าจนความดันทะลักเส้นเลือดในสมองแตกเป็นอัมพาตอะไรงี้ วาอยากมีครอบครัวแตกแยกใช่ปะวะ"

             [อยากบ้านมึงอะวี กูไม่ไปอยู่หรอกกรุงเทพฯอะ ร้อนจะตาย]

            "โด่ พ่อหนุ่มเหนือ เป็นคุณหนูลูกผู้จัดการนานจนทนอากาศร้อนไม่ได้แล้วเหรอวะ ฮ่าๆๆ"

             [....พอเลยมึงพอเลย กูไม่คุยด้วยแล้ว ต้องไปติวเคมีต่อ ถึงโรงเรียนยังล่ะ?]

             "เออๆเนี่ย จะถึงพอดีเลย วีเห็นเสาธงละๆ แค่นี้ละกันนะ เดี๋ยวสอบเสร็จกูยิงไปหา"

              [เออ โชคดีนะมึง ไอ้เตี้ย]

               ตื๊ด

                "อ้าว ไอ้หมาวา สูงกว่ากูครึ่งเซ็นทำเป็นด่ากูเตี้ย เดี๋ยวพ่อขึ้นเครื่องไปเจาะยางถึงเชียงรายเลยไอ้.... อ้าวแม่งตัดสายเฉย..."

 

โรงเรียนลูกบาศก์ เขตบางขุนเทียน

            รถตุ๊กๆสีน้ำเงินคาดเหลืองที่ลายพร้อยไปด้วยสติ๊กเกอร์คำคมและการ์ตูนวิ่งแถ่ดๆโยกเยกโคลงเคลงเข้ามาจอดหน้าประตูโรงเรียน ชายวัยกลางคนเจ้าของรถเหยียบเบรกเต็มแรง จึงส่งผลให้รถทั้งคันกระตุกจนผู้โดยสารที่กำลังเก็บโทรศัพท์มือถือไม่ทันระวัง ตัวลอยขึ้นไปให้หัวโขกกับขอบหลังคารถ

            “อึก!!” เด็กหนุ่มในชุดนักเรียนม.ต้นส่งเสียงประหลาดออกมาเบาๆ พลางเอามือลูบๆศรีษะของตนพลางค่อยๆลากสังขารลงมาจากรถตุ๊กๆวิบากคันนี้

            “อ้าว โทษทีไอ้หนุ่ม รถคันนี้เบรกมันไม่ค่อยดีเท่าไร เจ็บมากมั้ย?”

            “ไม่เป็นไรครับลุง แค่ตกใจเฉยๆ ค่ารถเท่าไรอะลุง?” เด็กหนุ่มขยับแว่นตากรอบสีแดงให้เข้าที่ แล้วล้วงกระเป๋าสตางค์ขึ้นมา

            “เจ็ดสิบบาทลูก เออ! เรามาสอบที่นี่ใช่มั้ย ยังเป็นนักเรียนอยู่เลย ลุงลดให้เหลือห้าสิบก็แล้วกัน”

            “โอ้ะ ขอบคุณมากนะครับลุง” เด็กหนุ่มควักธนบัตรใบสีฟ้าให้ลุงคนขับรถตุ๊กๆ ที่ยิ้มรับ ก่อนจะหันตัวมาเผชิญหน้ากับประตูโรงเรียน

            แล้ววันนี้ก็มาถึง!! วันสำคัญที่สุดในชีวิตวันหนึ่งของไอ้วีคนนี้......!!

            จริงๆมันก็แค่วันสอบสัมภาษณ์เข้า ม.4 ธรรมดาๆแหละนะ

            แค่ไม่ธรรมดาตรงที่ นายนาวีคนนี้ต้องไปสัมภาษณ์ชาวบ้านแทนที่จะต้องนั่งให้ชาวบ้านสัมภาษณ์ แค่นั้นเอง

… ก็แปลกดี  อย่างที่คุยโทรศัพท์ไปกับไอ้วา พี่ชายฝาแฝดที่ผลุบออกจากแผลผ่าตัดตามกันมาเมื่อกี๊นี้แหละ

            เด็กหนุ่มมองสำรวจไปรอบๆ ขณะที่ก้าวเท้าเข้าสู่ประตูโรงเรียน อืม....ในนี้ร่มรื่นดีแฮะ ครั้งก่อนที่มาสอบมัวแต่ยุ่งอิรุงตุงนังจนลืมดูอะไรรอบๆไปซะอย่างงั้น ขนาดทางมาโรงเรียนที่คุณป๊าที่รักอุส่าห์ขับรถมาส่ง ไอ้วีที่คืนก่อนนั้นเอาแต่นั่งดูหนังของพี่สาวสการ์เลต จนดึกดื่นตีสามครึ่งยังไม่นอน ตอนเช้าเลยสะลึมสะลือลืมตาไม่ขึ้น พออยู่บนรถก็หลับยาวหนึ่งชั่วโมงกว่าๆตลอดทางมาถึงโรงเรียนแห่งนี้ แล้วโดนคุณป๊าถีบส่งลงหน้าโรงเรียนพร้อมคำขาดว่า “ถ้าสอบไม่ติดจะแลกกับนาวา ส่งไปให้ม้าดัดสันดานที่เชียงราย" นั่นแหละ...ไม่ค่อยน่าอภิรมย์เท่าไร

          แต่ก็สอบผ่านมาได้อยู่ดี แหงสิ คนเขานั่งติว ให้ไอ้คุณวาติวให้ผ่านสไกป์มาตั้งเป็นเดือน แค่คืนสุดท้ายปล่อยวางดูหนังจนดึกดื่นเอง เห็นแบบนี้ก็ตั้งใจนะ!!

และในวันนี้ แน่นอนว่าหลับยาวตลอดทางแบบนั้นใครมันจะไปจำทางได้เล่า..... ตอนมาวันนี้ต่อรถอุตลุดกันเลยทีเดียว มั่วซั่วสุดๆเลย ทางเข้ายิ่งซับซ้อน สุดท้ายฟลุ้คๆ เจอลุงตุ๊กๆใจดีพามาส่ง

          นาวียกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู หน้าปัดของมันบอกเวลา 8.50 น. เด็กหนุ่มยิ้มโล่งใจที่มาทันเวลาพอดี

            “อีกสิบนาทีเริ่มสัมภาษณ์ เอาล่ะนะ!!”

 

          เวลา 09.00 น

 

          แล้ว.......ยังไงดีหว่า.......

            ตอนนี้นายนาวีกำลังยืนทำหน้าเอ๋อเหรออยู่ข้างอาคารเรียน ทั้งหัวสมองว่างเปล่าราวกับโดนล้างไปเสียสิ้น แน่นอน....เขาไม่ได้เตรียมการอะไรมาเลยนี่หว่า.....

            ....จะเริ่มที่ใครดีล่ะเนี่ย ไม่สิ ไอ้สัมภาษณ์นี่มันต้องถามอะไรบ้าง.... ข้อมูลในหัวสมองมีแค่ “สัมภาษณ์บุคลากรหนึ่งคน อาจารย์หนึ่งคน รุ่นพี่ชายและหญิงอย่างละหนึ่งคน” เท่านั้น นอกนั้น ไอ้วีเพิ่งจะค้นพบว่า นอกจากตั้งเป้าไว้ว่าจะสัมภาษณ์ครูศิลปะแล้ว....คนอื่นๆนั้น.....ไม่ได้คิดไว้ซักอย่างเดียว

          แถมไม่รู้ด้วยว่าสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าครูศิลปะอยู่ส่วนไหนของโรงเรียน...

            เยี่ยม!!! เยี่ยมจริงๆเลย สองมือยกขึ้นมากุมขมับตัวเองอย่างอ่อนเพลีย พลันสายตาเหลือบไปเห็นใครบางคนในร้านถ่ายเอกสาร....

            ชายหนุ่มร่างสูงในชุดเรียบง่ายอย่างเสื้อเชิ้ตแขนสั้น เนคไท และสแล็คสีดำ แถมเพิ่มพร็อพด้วยแว่นตาสีชา ที่แม้จะดูขัดๆกับผมยาวประบ่าที่รวบเอาไว้ แต่ก็ให้ความรู้สึกลื่นไหลไปในที กำลังก้มหน้าก้มตาจัดการกับเอกสารเป็นตั้ง ทั้งซีร็อกซ์ จัดหน้า เย็บเล่ม ด้วยตัวคนเดียว

            โหหห ใครอะ? อาจารย์รึเปล่าหว่า....เท่ชะมัดเลย ท่าทางคล่องแคล่ว แถมชุดนั่น ถ้ามีสูททับนี่พี่แกคงประมาณโคลสันที่มีผมล่ะมั้ง โคตรเท่อะะะะะ

            เหมือนอีกฝ่ายจะรู้สึกได้ถึงสายตาที่จับจ้องมาที่ตน นาวีสะดุ้งเมื่อจู่ๆเป้าสายตาตัวเองก็เงยหน้าขวับขึ้นมามองตน แล้วส่งยิ้มเป็นมิตรให้ เด็กหนุ่มทำตาปริบๆ ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงเดินเข้าไปหาอีกฝ่าย

            "หวัดดีครับ" เหอ....พอเข้ามาดูใกล้ๆแล้วแบบ ตัวสูงชะมัดเลย ให้ตายสิ....... สำหรับตัวเขาเองที่มีทีท่าว่าจะหยุดสูงเร็วๆนี้นี่มันน่าอิจฉาชะมัดเลย นาวีที่เตี้ยกว่าอีกฝ่ายเกือบๆจะยี่สิบเซนติเมตรแอบเบ้หน้าเล็กน้อย ก่อนจะพูดกับคนตัวสูงที่ยังคงยิ้มให้ต่อ

            "เอ่อ... จะเป็นการรบกวนรึเปล่าฮะ ถ้าผมขอสัมภาษณ์ซักหน่อย" ยังไม่รู้หรอกว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ก็เนียนๆไปก่อนก็แล้วกัน

            "อ๋อ ได้สิครับ เข้ามานั่งสิ" อีกฝ่ายวางเอกสารในมือ แล้วขยับเก้าอี้ให้เด็กหนุ่ม ส่วนเจ้าตัวก็ทิ้งตัวลงนั่งตรงข้าม นาวีที่เดินตามเข้ามาเหลือบมองรอยยิ้มอบอุ่นของอีกคนแล้วค่อยๆนั่งลงบ้าง ก่อนจะหยิบสมุดโน้ตของโรงเรียนเก่าขึ้นมาพร้อมกับปากกาหนึ่งด้าม เด็กหนุ่มก้มลงมองนาฬิกาข้อมือของตน

            เวลา 09.15 น

          อืม....อันดับแรกก็คงต้องถามชื่อ...ล่ะมั้ง?

            "ขอทราบชื่อหน่อยได้รึเปล่าครับ? ....โอ๊ะ ผมลืมบอกไป ผมชื่อนาวี สุวรรณรัตน์นะครับ เรียกแค่วีก็ได้"

          "ครับน้องวี พี่ชื่อ แกล้วกล้า อนันตกาล เรียกว่าพี่กล้าก็ได้นะ" นาวีพยักหน้าหงึกหงัก มือข้างซ้ายจดยุกยิกๆลงบนกระดาษลายเส้นสีขาวอย่างรวดเร็ว ด้วยลายมือที่เจ้าตัวพยายามบังคับให้อ่านออก

            "ครับ พี่กล้า แล้วพี่กล้าทำงานอะไรในโรงเรียนเหรอครับ?"

            "พี่เป็นพนักงานซีร็อกซ์น่ะ" พี่กล้ายิ้มตอบ ผายมือไปข้างหลังโชว์เครื่องถ่ายเอกสารสองสามเครื่องที่ตั้งอยู่ด้านหลัง

            "แหะ... ไม่น่าถามเลยนะครับ แล้ว....พี่กล้าทำงานซีร็อกซ์มานานรึยังครับ ?" นาวีพูดติดตลก พลางจดลงไปในสมุดต่อ อืม....พนักงานซีร็อกซ์ งั้นพี่กล้าคนนี้ก็อยู่ในฝ่าย "บุคลากร" สินะ