เอ็นทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ

รายงานการสำรวจดาว Terra X

ผู้เขียนรายงาน  – ควินน์ ฮาร์ลีย์ซัน / Quinn Harleyson

ตำแหน่ง – นักบิน

 

         สวัสดีครับ ควินน์ ฮาร์รีซันครับ ผมควรจะแนะนำตัวคร่าวๆสินะครับ? อา.... ผมเป็นชาวแอสการ์เดียนครับ อดีตทหารองครักษ์ขององค์ชายธอร์ บุตรแห่งโอดิน ปัจุบันดำรงตำแหน่งเป็นนักบินประจำยาน USS Enterprise – EX ครับ

 

         ผมและเหล่าเพื่อนร่วมยานทั้งหมด เดินทางมาถึงดาว Terra X ได้หลายสัปดาห์แล้วล่ะครับ หน้าที่ทีเหล่านักบินได้รับมอบหมายคือการลงไปสำรวจสภาพโดยรอบของดาวแล้วนำมาเขียนรายงานส่งครับ

 

         หลังจากที่เอ้อระเหยอยู่บนยานนานพอตัว ก็ได้เวลาที่ผมควรจะลงไปสำรวจยานซักที .... อันที่จริงภารกิจนี้สามารถจับคู่ทำได้ แต่คนที่ผมมั่นใจพอที่จะคู่ด้วยสองคน ..... เขาก็ไปคู่กันเองซะแล้วล่ะครับ บุตรแห่งฮาร์ลีย์คนนี้เลยต้องฉายเดี่ยวไงล่ะครับ

 

         เอาเป็นว่า ผมควรเริ่มเข้าสู่รายงานซักทีสินะครับ

  

Stardate : 91216.64

 

         ผมตื่นขึ้นมาแต่เช้า หยิบเอากระเป๋าคาดเอวใส่ของใช้เบ็ดเตล็ดกับเสบียงอีกนิดหน่อยที่แพคไว้ตั้งแต่เมื่อคืนขึ้นมาสะพายไว้ ไม่ลืมที่จะหยิบขวดวิสกี้ขนาดกลางใส่ลงไปด้วย

 

         แค่เครื่องดื่มเสริมสร้างกำลังใจน่ะครับ .... ผมไม่เคยเมาขณะทำงานนะ หรือพูดให้ถูกคือผมไม่เคยเมามานานแล้วล่ะครับ.......

 

         ผมหันมอง PADD ประจำตัวที่วางไว้ข้างหัวเตียง.........เอ่อ....บอกตามตรงนะครับว่าผมใช้ไม่เป็น.......ดังนั้นก็นอนอยู่ตรงนั้นแหละนะครับ.......

 

         ผมเดินออกมาทานอาหารเช้าตามปกติที่ห้องอาหาร ก่อนจะแวะไปเอาพวกชุดยาที่จำเป็นที่ห้องพยาบาล .....

 

         “อรุณสวัสดิ์ครับแมคควีน” ผมโผล่หน้าเข้าไปเจอกับ ดร.แมคควีน หรือดีแลน คุณหมอที่ทำหน้าที่เป็นผีเฝ้าห้องพยาบาลไปแล้ว

         “ไงแอสการ์เดียน จะลงไปแล้วเรอะ?” ชายหนุ่มผมเทาเข้มในเครื่องแบบสีฟ้าเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะทำงานมามองพลางถามผมเสียงเรียบ ผมพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้มอันเป็นปกติ แมคควีนขมวดคิ้วใส่รอยยิ้มของผมเล็กน้อย ก่อนจะเดินไปหยิบห่อยาขนาดกระทัดรัดให้

 

         ผมกับแมคควีนรู้จักกันมานานแล้วละครับ ตั้งแต่ก่อนจะเข้ามาที่สตาร์ฟลีทเสียอีก ...... ตั้งแต่สมัยปู่เขายังหนุ่มนั่นแหละครับ เขาเป็นคนพูดจาเรียบๆ แข็งกระด้างแบบนี้แต่ไหนแต่ไร แต่ก็ใจดีทีเดียว

 

         “ขอบคุณครับแมคควีน อยากได้อะไรข้างล่างหรือเปล่าครับ?”ผมถามพร้อมรอยยิ้มอย่างเอ็นดู เพราะเห็นแมคควีนมาตั้งแต่เกิดเลยล่ะ เลยรู้สึกเหมือนเขาเป็นหลานหน่อยๆมั้งครับ

 

         “หือ? บนดาวน่ะเหรอ? ไม่ล่ะ” ชายหนุ่มตอบทันควันพลางขยับแว่นให้เข้าที่แล้วกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงานของเขาต่อ .... ผมพยักหน้ารับแล้วเดินออกมาจากห้องพยาบาล

        

         ทีนี้ก็เริ่มทำภารกิจได้ซั---

 

         “เฮ้ยเดี๋ยวควินน์.....เอ่อ....อ่า.... เอาสัตว์เล็กๆขึ้นมาให้ซักตัวนึงละกัน ....ฉันคงไม่มีเวลาลงไปจับน่ะ” แมคควีนหันกลับมาพูดรัวเร็ว แล้วกลับไปทำงานของเขาต่อ

 

“รับทราบครับคุณหมอ” ผมยิ้มกว้างให้กับแผ่นหลังของเขา ก่อนจะเดินออกไปจากห้องซักที

 

...................

 

.......ทันทีที่ตัวผมสัมผัสถูกอากาศภายนอกยาน อากาศสดชื่นก็พวยพุ่งเข้ามาในร่างกาย กลิ่นดินกลิ่นต้นไม้และอื่นๆปนเปกันไปเข้ามาในระบบสัมผัส ช่วยให้ความตึงเครียดก่อนทำภารกิจลดลงไปได้เยอะเลยครับ

 

         “เรียกเอนเตอร์ไพรซ์ ....นี่นี่ฮาร์ลียซันครับ ลงถึงพื้นอย่างปลอดภัยหายห่วงครับ” ผมหยิบวิทยุขึ้นมาแจ้งสถานการณ์ไปบนยาน

 

         เมื่อเท้าแตะถึงพื้น ผมมองไปรอบๆตัว ทั้งหมดเต็มไปด้วยต้นไม้นาๆพรรณ ดูคล้ายๆป่าเขตร้อนบนโลกมนุษย์เมื่อหลายปีก่อนเลยครับ .......เพียงแค่ลักษณะบางอย่างของพืชแตกต่างออกไปบ้าง........

 

         เช่นเจ้าดอกไม้กินแมลงที่ตรงหน้าผมนี่..........

 

         มันควรจะสูงแค่หน้าแข้งของผมสิครับ.......

 

         ผมจ้องเจ้าดอกไม้กินแมลงที่สูงเท่าไหล่ผมพอดี แถมยังมีขนาดใหญ่กว่าหัวผมอีกแน่ะ.....กลีบ....อ่า...หรือหนวดที่เต็มไปด้วยเมือกเหนียวของมันส่ายไปมาเหมือนกับจะรู้ว่าผมยืนอยู่ตรงนี

 

         เอ่อ........หิวสินะครับ...... ผมกระโดดหลบหนวดที่ตะครุบมาในเสี้ยววินาที เจ้าดอกไม้ชะงักเมื่อเจอกับอากาศว่างเปล่า มันหันขวับมาทางผมและจู่โจมซ้ำ ผมหลบหนีไปไกลราวๆห้าเมตร ก่อนจะหยิบกล้องดิจิตัลในกระเป๋าขึ้นมาถ่ายรูปมัน

 

         “เอ้า ยิ้มสวยๆหน่อ-------เฮ้ย!!!“ เจ้าดอกไม้ถอนรากแล้วพุ่งมาทางผมอย่างรวดเร็ว ให้ตายสิ....ผมขอถอนคำพูดว่าแตกต่างออกไปบ้างได้มั้ย?......

 

         นี่มันแตกต่างออกไปเยอะเลยครับ......

 

         ผมหยิบปืนขึ้นมาฟาดปลายหนวดสีฟ้าที่พุ่งเข้ามาทางหน้า แล้วยิงสวนกลับไป กระสุนพลาดไปโดนต้นไม้ใหญ่ด้านหลังสั่นสะเทือนจนสั่น

 

อา....ให้ตายสิ เกลียดอาวุธปืนชะมัด.... ผมเก็บเจ้าของไร้ประโยชน์ลงกระเป๋า [แหงล่ะ ทิ้งไม่ได้ครับ....ผมไม่มีงบซื้อให้สตาร์ฟลีทหรอกนะ] แล้วสไลด์ตัวลอดใต้กลุ่มใบไม้เขียวๆมีชีวิตนั่นไปทางต้นไม้

 

.....สวัสดีครับ ขอรบกวนซักนิดนะครับต้นไม้....  ผมกระโดดคว้ากิ่งไม้แห้งที่คาต้นอยู่ลงมา เป็นกิ่งไม้ขนาดเหมาะมือทีเดียวล่ะ แล้วหันกลับมาฟาดลงบนหนวดที่พุ่งตรงมา....

        

         เพียะ หนวดของเจ้าดอกไม้หล่นลงตามแรงปะทะจากิ่งไม้ในมือของผม .....โชคดีนะที่เจ้านี่ยังพอมีความเป็น”ดอกไม้”อย่าบ้าง.... ผมกลับมาเป็น่ายไล่บ้างล่ะ เจ้าดอกไม้เริ่มถอยไปทางต้นไม้ใหญ่

 

ครืนนนนนน

 

เอ๋?

 

แรงสั่นสะเทือนเบาๆและเสียงกรอบแกรบเหมือนกิ่งไม่ใบไม้ถูกทับลอยมาจากข้างหลังดอกไม้ ผมชะงัก เจ้าดอกไม้ก็เช่นกัน มันหันขวับไปราวกับรู้ พุ่มไม้และต้นไม้ขนาดไม่ใหญ่ที่แซมๆระหว่างไม้ใหญ่สั่นสะเทือน และค่อยๆโค่นลงช้าๆ หนวดยาวๆสองข้างโผล่ออกมาจากความมืด กวัดแกว่งไปมาเหมือนกับกำลังหาบางอย่าง ผมสูดหายใจเฮือกใหญ่เมื่อตัวของมันค่อยๆ “เลื้อย”ทับพุ่มไม้ออกมาช้าๆ

 

......มนุษย์เรียกมันว่าหอยทากสินะครับ........

 

........แต่ผมมั่นใจนะว่าหอยทากบนโลกมนุษย์ไม่ใหญ่ขนาดนี้นะครับ........

 

         ผู้มาใหม่สูงพอๆกับผม .......แต่มีขนาดตัวโดยรอบประมาณรถไถขนาดเล็กครับ ...... หนวดยาวๆสองข้างของมันกวัดแกว่งไปมา และมาหยุดอยู่ที่ดอกไม้ตรงหน้าผม

 

         .....ถ้าผมเป็นเจ้าดอกไม้ นี่คงเป็นภาพสุดสยองของผมล่ะครับ......เพราะใต้ร่างยักษ์ที่เหนียวไปด้วยเมือกใสๆของหอยทาก มีซากของดอไม้กินแมลงเหมือนตัวมันเองกำลังถูกย่อย...........

 

         ผมยกเท้าขึ้นถีบเจ้าดอกไม้ที่ดูเหมือนจะกำลังอึ้งไปทางหอยทากยักษ์ ภายในพริบตาเดียว มันก็ถูกกลืนลงไปใต้ร่างนุ่มนิ่มเปียกชื้นของผู้มาใหม่

 

         อโหสิให้ด้วยนะครับ.........

 

         แต่ก่อนผมจะทันได้ทำอะไร หนวดยาวๆเปียกๆก็แปะลงบนหน้าผากของผม.......

 

         .....เอ่อ......นายเป็นสัตว์กินพืชใช่มั้ยครับ.....ตอบสิครับหอยทากครับ..........

 

         แน่นอนว่าไร้เสียงตอบกลับ เจ้าหอยทากเพียงแค่แปะๆหนวดของมันไปตามใบหน้ามาจนถึงไหล่ผม แล้วก็ค่อยๆคลืนคลานหันหลังกลับเข้าไปในป่า

 

         “.........” ผมมองตามมันจนลับสายตาไป นับว่าผมโชคดีอีกครั้งสินะครับ....

 

         อา......เดินทางต่อได้ซักทีสินะ

 

+++++++++++

        

ที่นี่อากาศดีมากๆเลยครับ ผมอดไม่ได้ที่จะสูดอากาศหายใจเข้าไปลึกๆ หลายๆครั้ง ยิ่งเข้ามาในป่าลึกมากเท่าไร ต้นไม้ยิ่งหนาแน่นมากขึ้นเท่านั้น .....โดยเฉพาะเจ้าดอกไม้กินแมลงแบบเมื่อซักครู่ ....... ทำไมถึงเยอะขึ้นเรื่อยๆก็ไม่ทราบครับ.......

 

         นี่ผมยังไม่เจอแมลงซักตัวเลยนะ!!!!! พวกนี้มันเกิดมาเพื่อกินอะไรกันแน่เนี่ย!?

        

         ส่วนหอยทาก........ผมคิดว่ามันคงไม่ได้เอาไว้กินแน่ๆครับ......

 

         ผมฟาดดอกไม้กินแมลงหักเป็นสองท่อนเป็นต้นที่สี่สิบเก้า ก่อนจะเตะมันระบายอารมณ์ซะหนึ่งที ..... เจ้าดอกไม้ลอยละลิ่วไปชนกับตอไม้แถวนั้นจนหงายลงไปด้านหลัง

 

ผมหอบหายใจเล็กน้อย แล้วนั่งลงข้างๆอดีตตอไม้ตรงนั้น ก่อนจะหยิบเอาวิสกี้ขึ้นมาจิบพลางนั่งพักพลาง.........

 

ถ้ายังไม่เจอสิ่งมีชีวิตอื่นนอกจากดอกไม้กับหอยทากนั่น.........ผมก็คงต้องกลับแล้วล่------

 

ผมวางมือข้างหนึ่งงยันกับพื้น แต่ดันพลาดไถลลงไปในโพรงดินที่เคยอยู่ใต้ตอไม้นั่น มือผมสัมผัสกับบางสิ่งที่สากๆหยุ่นๆ..... ผมเด้งตัวออกจากโพรงไปไกลพอประมาณ มือถือกำกิ่งไม้คู่ใจพร้อมรบ....

 

         เสียงจ้อกแจ้กฟังไม่เป็นภาษาลอยขึ้นมาจากในโพรงนั้น ผมค่อยๆเดินไปใกล้และชะโงกมอง .......

 

         อ่า.....ผมว่าผมเจอสิ่งมีชีวิตอีกอย่างแล้วล่ะ .......ที่เห็นคืออะไรซักอย่างสีฟ้าๆ ขนาดประมาณสุนัขพุดเดิ้ลอัดกันแน่นอยู่ในโพรงและขยับดุกดิกไปมา ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะหันมาทางผม และ.....”เคลื่อนที่” ออกมาจากโพรง

 

         และผมก็ได้เห็นรูปร่างของพวกมันชัดๆ...........

 

         เป็นสิ่งมีชีวิตคล้ายกิ้งก่าตัวอ้วนๆสีฟ้าเทาขนาดประมาณสุนัขไซส์เล็ก....มีแค่ขาสองข้างที่มันใช้ “กระเถิบ”พลางเดินเตาะแตะพลาง ไปกับพื้น.... และฟันล่างแหลมๆที่ยื่นขึ้นมาจากปาก.... แล้วยังส่งเสียงอ้อแอ้เหมือนเด็กทารกด้วยครับ....

 

         ..........คงไม่ใช่สัตว์กินเนื้อหรอกมั้งครับ ผมมองเจ้าตัวที่”กระเถิบ”มาหาผม มันใช้หางของมันถือใบไม้สีเขียวที่มีรอยกัดเอาไว้.... ผมจึงลดกิ่งไม้ในมือลง

 

         .....งั้นก็ถ่ายรูปมันแล้วกลับขึ้นยานดีกว่า......ตีกับดอกไม้จนผมหมดแรงแล้วครับ....

 

         แชะ

 

         ผมกดชัตเตอร์หนึ่งครั้ง แล้วเตรียมเรียกยานเอนเตอร์ไพรซ์ให้บีมผมกลับขึ้นไป ....โดยมีสายตาของเจ้าสัตว์เล็กพวกนี้มองตาม.......

 

         เอ๋

 

         มองตาม?

 

         ผมหันขวับไปทางโพรงที่เพิ่งหันหลังให้ไป เจ้ากิ้งก่าประมาณเจ็ดแปดตัวขึ้นมายืนอยู่ข้างๆเพื่อนของพวกมัน แล้วพร้อมใจกันจ้องมาทางผม.... และอีกหลายตัวที่ค่อยๆปีนขึ้นมาจากโพรง และหันมามองผม.......

 

         ....อย่าบอกนะว่าจริงๆแล้วพวกแกกินเนื้อ......

 

         เจ้าตัวแรกค่อยๆเดินเตาะแตะเข้ามาหาผม เนื่องจากมันเดินค่อนข้างช้า ผมเลยยืนรอดูว่าเจ้าตัวฟ้านี่จะทำอะไร....

 

         ดมครับ

 

         ใช่ มันเดินมาดมรองเท้าบูธของผม........และตัวที่สองตัวที่สาม.....ไปจนถึงตัวที่n ก็มารุมล้อมรอบตัวผม เมื่อหน้าแข้งไม่มีที่พวกมันก็เหยียบหัวตัวข้างล่างให้สูงขึ้นมา....ตอนนี้ตัวที่อยู่สูงที่สุดทำลังดมหน้าผากผมอยู่ครับ......

 

ผมควรสะบัดพวกมันทิ้งไหมครับ..... ผมอุ้มเจ้าตัวที่ดมหน้าผากผมอยู่ออกมาเบาๆ แล้วค่อยๆแกะพวกมันออกทีละตัว ท่าทางพวกมันจะไม่ขัดขืนซะด้วย..... ดังนั้น เมื่อผมแกะตัวสุดท้ายออกจากส้นรองเท้าบูทได้ ผมก็หันหลังเดินต่อทันที

 

         “แอ้....” เจ้ากิ้งก่าตัวหนึ่งยืนดักหน้าผมเอาไว้ มันมองผมด้วยสีน้าง่วงนอนและเคี้ยวใบไม้ในปากหยับๆ

 

         ผมถอนหายใจ แล้วขยับไปทางซ้าย ก่อนจะก้าวเดินต่อ

         เจ้ากิ่งก่าก็ขยับไปทางขวา ..... ขวางหน้าผมอีกที

 

         ผมชะงัก แล้วขยับไปทางขวา.....

         และเจ้าสิ่งนี้ก็ขยับไปทางซ้าย ....

 

         ผมก้าวขาข้ามหัวมัน....

         มันก็ถอยหลัง....

 

         “ก็ได้.......... หิวใช่มั้ย.....” ผมถอนหายใจก่อนจะล้วงเอาขนมปังแห้งที่พกติดมายืนให้..... เจ้ากิ่งก่าใช้หางรวบขนมปังไว้และส่งเข้าปากแทนใบไม้ ..... เคี้ยวหยับๆกลืนลงท้องอย่างรวดเร็ว ผมถือโอกาสขยับตัวเลี่ยงมันไป

 

         .........และมันก็ขยับมาขวางหน้าผมอีกครั้ง.....

 

         .....ก่อนที่ผมจะตัดสินใจระหว่างเตะมันไปกองกับดอกไม้กินแมลงหรือปาดให้มัขาดสองท่อนด้วยกิ่งไม้ในมือ เจ้ากิ่งก่าตัวนี้ก็ให้ขากับหาง”ปืน” ขึ้นมาบนไหล่ผมเรียบร้อย.........

 

         ..........ช่วยไม่ได้แฮะ..........ผมเอาไปฝากแมคควีนก็แล้วกัน......ตัวใหญ่ไปหน่อยคงไม่ว่ากันนะครับ.........

                     

         “ควินน์ ฮาร์ลีย์ซันเรียกเอนเตอร์ไพรซ์ ภารกิจเสร็จแล้วครับ รบกวนบีมผมกลับขึ้นไปด้วย”

 

         แสงสีทองก็เข้ามาโอบล้มตัวผมกับเจ้ากิ้งก่าเอาไว้ และผมกลับมาอยู่บนยานอย่างปลอดภัย พร้อมกับสมาชิกใหม่.........

 

         หวังว่าแมคควีคงจะชอบมันนะครับ.........

 

++++++++++++++++

 

รายงานการสำรวจดาว Terra X

ผู้เขียนรายงาน  – ดร. ดีแลน แมคควีน / Dr. Dylan McQueen

ตำแหน่ง – แพทย์

 

Stardate : 91216.64

 

 

สวัสดี .....ฉัน ดร.ดีแลน แมคควีน ....เจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ประจำยานเอนเตอร์ไพรซ์.......

 

อันที่จริงจะว่ารายงานสำรวจดาวก็คงไม้ใช่ซักทีเดียวน่ะนะ......

 

         เพราะว่าฉันไม่มีเวลาลงไปสำรวจเท่าไร แอสการ์เดียน....เอ้อ....ควินน์ ฮาร์ลีย์ซัน รับอาสาจับสิ่งมีชีวิตขึ้นมาให้น่ะ..............

 

         หลังจากที่ฉันเตรียมกระเป๋ายาที่จำเป็นแพ็คเอาไว้สำหรับลูกเรือติดตัวลงไปทำภารกิจเสร็จเรียบร้อย ก็กลับไปทำงานเอกสารเล็กๆน้อยๆต่อ พอดีกับที่ฮาร์ลีย์ซันเข้ามาเอากระเป๋ายาพอดี เขาเลยอาสาจับสิ่งมีชีวิตบนยานมาให้น่ะ

 

         ที่ต้องทำก็แค่รอ............ฉันใช้โอกาสนี้นั่งทำงานเอกสารจนหมด ตรวจสต็อกยาทั้งหมดในคลัง ทำบัญชี ทำความสะอาดห้องพยาบาล กลับมานั่งเขียนหัวข้อรายงาน.....

 

         .....จนหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้สิ...... เมื่อฉันตื่นขึ้นมาก็พบกับตะกร้าหนึ่งใบวางอยู่บนโต๊ะพร้อมโน้ต

 

         “ผมเจอสิ่งมีชีวิตแค่นี้ครับ .....ตัวใหญ่ไปหน่อยแต่คุณคงจะชอบมันนะ :’) :: Quinn”

 

         ฉันขมวดคิ้วเล็กน้อยที่อีกฝ่ายทิ้งโน้ตไว้แทนที่จะปลุกฉัน ....แต่เอาเถอะ.........ฉันยัดกระดาษลงกระเป๋าเสื้อ หยิบถุงมือยางขึ้นมาใส่ เตรียมมีดสำหรับผ่าทดลอง แล้วเปิดตะกร้าออกดู ...... และพบกับ.........

 

         กิ้งก่า? ...........สีฟ้าหน้าตะพิลึกมีแค่สองขา..... กำลังใช้หางดึงกะหล่ำปลีออกทีละกลีบๆแล้วใส่ปากเคี้ยวหยุบหยับ.......

 

         “แอ้........” มันส่งเสียงร้องเบาๆเมื่อเห็นฉัน....... จากนั้นก็กระเถิบออกจากตะกร้ามาใกล้ๆฉันแล้วดม..........และล้วงเอากะหล่ำขึ้นมากินต่อ

 

         “....อ้อแอ้.......แอ้.....” หัวกลมๆมองไปทางซ้ายทางขวาแล้วมาหยุดที่ฉัน....จากนั้นก็เดินเตาะแตะมาใกล้ หางของมันเกี่ยวนิ้วฉันเอาไว้ ใบหน้าง่วงนอนพิลึกๆจ้องตาฉันแน่วแน่.............

 

         ฉันอุ้มมันขึ้นมาพิจารณา..... เจ้านี่ตัวอ้วนและ....หยุ่นๆย้วยๆชะมัดเลย.......... มันหัวเราะเอิ๊กอ๊ากเมื่อฉันเขี่ยพุงหยุ่นๆของมัน........ หลังจากที่หมุนมันไปมาเพื่อสำรวจดูรอบๆแล้ว ฉันก็วางมันกลับลงตะกร้า

 

         ............ไอ้บ้าควินน์..........นี่มันตัวอะไรกันวะ..............

         ......ฉัน..........ฉันผ่ามันไม่ลง.............

 

         ...........................สุดท้ายฉันได้เอาช็อคโกแลตในตู้เย็นมาป้อนเจ้ากิ่งก่าตัวนี้....แล้วเอา PADD มาบันทึกข้อมูลภายนอกเป็นรายงาน จากนั้นก็ใส่มันไว้ในตะกร้าใบเดิม วางไว้ข้างโต๊ะทำงานของฉัน

 

         .........ใครว่างช่วยมาตั้งชื่อ.......ไม่สิ....เอามันไปเลี้ยงที..........

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

        

 

 

 

                                                                                 

Comment

Comment:

Tweet

Captain : คุณควินน์ครับ...ผมคิดว่าคุณควรไปฝึกใช้ปืนเฟเซอร์ก่อนน่าจะดีนะครับ...
ดร.แมคควีนครับ...ช่วยยืนยันทีว่าเจ้าตัวนั้นมันจะไม่ทำอะไรนอกจากกินพืชผักน่ะครับ...

#1 By Starfleet Exteen on 2013-09-22 10:26